มันอาจจะดีก็ได้
เรื่องมีอยู่ว่า มีชายชราคนหนึ่ง เลี้ยงม้าตัวเมียไว้ ๑ ตัว อาชีพของแก คือ นำม้าตัวเมียไปจ้างผสมพันธุ์ และเมื่อได้ลูกม้า แกก็จะนำลูกม้าไปขาย อยู่ต่อมาวันหนึ่ง ม้าตัวเมียนั้นได้หายไปจากบ้าน ชาวบ้านผู้มีน้ำใจได้มาแสดงความเสียใจกับชายชรา เพราะแกเป็นคนดี เป็นที่รักของทุก ๆ คน ชายชราได้แสดงความขอบคุณ ตอบกลับ ด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า 'มันอาจจะดีก็ได้' ต่อมาอีก ๒-๓ วัน ม้าตัวเมียนั้นได้กลับมาพร้อมกับม้าตัวผู้ ๑ ตัว ชาวบ้านรู้ข่าว ต่างก็แสดงความยินดีกับแกอีก เพราะต่อไปนี้ ชายชรานั่งจิบน้ำชาก็มีลูกม้าขาย ไม่ต้องไปเสียเงินจ้างเขาผสมพันธุ์ ชายชราก็แสดงความความขอบคุณต่อเพื่อนบ้าน และตอบด้วยเสียงสุภาพว่า 'มันอาจจะร้ายก็ได้' และอีกไม่นานนัก ลูกชายคนเดียวของแกก็ได้กระโดดขึ้นไปขี่หลังม้าตัวผู้นั้น ม้าเกิดพยศ ลูกชายของชายชราตกลงมาขาหัก ชาวบ้านก็สงสาร เพราะชายชรามีลูกชายเพียงคนเดียวและรักลูกมาก หลายคนจึงมาแสดงความเสียใจ และปลอบโยนให้กำลังใจ แต่ชายชรากลับตอบด้วยสีหน้าปกติ วาจาสุภาพเหมือนทุกครั้งว่า 'มันอาจจะดีก็ได้' บ้านของชายชราอยู่ชายแดน ซึ่งทางราชการมีกฎว่าชายหนุ่มทุกคนต้องถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารสู้รบป้องกันบ้านเมือง แต่ด้วยเหตุที่ลูกชายของแกเกิดขาหักพิการเสียแล้ว จึงไม่สามารถไปเป็นทหารได้ จึงได้อยู่ดูแลชายชราต่อไป และยังมีโอกาสผสมพันธุ์ม้าหาเลี้ยยงชีพอย่างมีความสุข
อุืทาหรณ์ของนิทานเรื่องนี้มีอยู่ว่า "ในชีวิตคนเราน้น มีหลาย ๆ เรื่องผ่านเข้าในชีวิต บางครั้งก็ดี บางครั้งก็ร้าย สิ่งดีอาจกลายเป็นร้าย และสิ่งร้ายก็อาจกลายเป็นดีได้ หากเราเจอปัญหาและคิดว่ามืดแปดด้าน จงอย่าท้อถอยเพราะเหตุการณ์นั้นอาจมีสิ่งที่ดีเกิดขึ้นก็ได้ ในขณะเดียวกัน ถ้าได้สิ่งใดสมปรารถนาก็อย่าดีใจจนประมาทเพราะมันอาจจะร้ายก็ได้ ขอให้ประโยคสั้น ๆ ที่ว่า "มันอาจจะดีก็ได้" เป็นกำลังใจให้เราทุกคนสู้ต่อไป ขอให้ประโยคที่ว่า "มันอาจจะร้ายก็ได้" เตือนให้เราไม่ประมาท"
ข่าวดีข่าวร้ายใครจะรู้